กว่าจะมาเป็น ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ สโมสรฟุตบอลสุดโด่งดัง ไม่ใช่เรื่องง่าย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรฟุตบอลที่ก่อตั้งและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นทีมฟุตบอลที่นักเตะหลายคนใฝ่ฝันที่จะได้เข้าร่วมทัพสักครั้งในชีวิต เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นจุดสร้างชื่อเสียงให้แก่นักฟุตบอลชื่อดังมานักต่อนัก จึงไม่แปลกที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นสโมสรฟุตบอลระดับต้นๆ ที่คนจะถึงเมื่อพูดถึงทีมฟุตบอล แต่กว่าที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นที่ยอมรับและโด่งดังได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น วันนี้ทาง KUBET Thailand จึงขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับทีมฟุตบอลชื่อดังระดับโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องเจออะไรมาบ้าง?
ประวัติความเป็นมาของทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ (Manchester United Football Club) เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1870 จากพนักงานการรถไฟกลุ่มหนึ่งที่ได้ก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา แต่ในช่วงนั้นพวกเขาเลือกที่จะใช้ชื่อว่า “เดอะ แลงคาเชียร์ แอนด์ ยอร์คเชียร์ เรียลเวย์ ฟุตบอล คลับ” ก่อนที่ในเวลาต่อมา ในปี 1878 ได้เปลี่ยนเป็น “นิวตัน ฮีธ” โดยพวกเขาพยายามเข้าร่วมฟุตบอลลีกถึงสองครั้ง แต่ก็ล้มเหลว สาเหตุเพราะไม่มีสโมสรไหนที่ต้องการจะการสนับสนุนพวกเขา จนในที่สุด พวกเขาก็ได้รับการยอมรับเมื่อฟุตบอลลีกมีการแบ่งออกเป็นสองดิวิชั่นในเวลาต่อมาไม่นาน
เกมลีกนัดแรกในประวัติศาสตร์ของ นิวตัน ฮีธ คือ พ่ายแพ้ต่อ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-4 แต่ชัยชนะแรกก็ตามมาติดๆ โดยการเอาชนะ วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปได้ด้วยสกอร์ 10-1 แต่ถึงอย่างนั้นผลงานโดยรวมถือว่ายังไม่ดีพอและตกไปอยู่ในอันดับทีมบ๊วยของตาราง ซึ่งในปีถัดมา ผลงานของพวกเขาก็ยังทำได้ไม่ดีนัก แม้จะมีการยุบลีกไปและก่อตั้งขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่ทีมก็ต้องประสบปัญหาเกี่ยวกับสถานะการเงินที่ไม่ค่อยจะสู้ดีจนล้มละลายในที่สุด ก่อนที่ในต่อมา ค.ศ.1902 “จอห์น เดวี่ส์” ผู้อำนวยการโรงกลั่นเบียร์ตัดสินในหันมาลงทุนกับทางสโมสร ทำให้เขากลายเป็นผู้อำนวยการและประธานสโมสรในท้ายที่สุด จากนั้นไม่นาน ทีมก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้
ในเวลาต่อมา “เออร์เนสต์ แมกนัลล์” ก็ถูกแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของทีมในปี 1903 ซึ่งในการตัดสินใจเลือกให้ แมกนัลล์ เข้ารับตำแหน่งกุนซือต้องบอกได้เลยว่าเป็นจุดเปลี่ยนของสโมสรเลยก็ว่าได้ เพราะเขาสามารถนั้นพาทีมไต่ขึ้นจากดิวิชั่น 2 ได้ ทั้งนี้จากสไตล์การเล่นที่รวดเร็ว ในฤดูกาล 1907-08 “ปีศาจแดง” ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อในปีถัดมา พวกเขายังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ไปครองได้อีกต่างหาก
หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ประสบปัญหาอีกครั้ง เมื่อสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดใช้การไม่ได้ รวมถึง นักเตะบางคนที่มีอายุมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยการเซ็นสัญญากับ “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ทีมร่วมเมืองเพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมทั้งแต่งตั้ง “แม็ตต์ บัสบี้” เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้นและถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาได้พาทีมที่มีเด็กท้องถิ่นคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 1951-52 ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุค บัสบี้ เบ๊บส์ อันยิ่งใหญ่ และเรียกได้ว่า บัสบี้ คือคนที่ได้สร้าง “เร้ด เดวิลส์” ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง
ทั้งนี้ แชมป์ลีกในฤดูกาล 1955-56 ก็ยังตกเป็นของพวกเขาและในฟุตบอลยุโรป บัสบี้ ก็สามารถพา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลุยเข้ารอบ ยูโรเปี้ยน คัพ อีกทั้งยังไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จก่อนที่จะตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แต่ยังดีที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาได้อีกสมัยและเตรียมกลับมายุโรปใหม่ในปีหน้า แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ เครื่องบินโดยสารทีมที่จะลงจอดในกรุงมิวนิก เกิดอุบัติเหตุขณะกำลังบินขึ้นฟ้า ส่งผลให้ผู้เล่นของทีม 8 รายเสียชีวิตทันที และนั่น ก็เป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในวงการกีฬาทั่วโลกในขณะนั้น
สามารถติดตามเรื่องราวได้ผ่านภาพยนตร์ เรื่อง United
10 หนังฟุตบอลที่แฟนบอลตัวยงไม่ควรพลาด
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านไป แม็ตต์ บัสบี้ ได้ทำการตัดสินใจสร้างทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นมาใหม่เพื่อสานฝันที่จะคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ให้ได้ โดยแกนนำยังเป็นนักเตะที่รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์เครื่องบินตก จนในที่สุด ทีมก็เริ่มกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และเมื่อฝันร้ายได้ผ่านไป พวกเขาก็กลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในถ้วย เอฟเอ คัพ ปี 1963 ซึ่งในฤดูกาลนั้นเองนักเตะอย่าง จอร์จ เบสต์ ,เดนนิส ลอว์ และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แจ้งเกิดขึ้นมาได้สำเร็จ และดูเหมือนช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร
จนมาถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ “มัลคอล์ม เกลเซอร์” มหาเศรษฐีชาวสหรัฐฯ เจ้าของทีม แทมป้า เบย์ บัคคาเนียร์ส ในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล ได้เข้ามาเทกโอเวอร์กิจการของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด เจ้าของทีมคนเก่า โดยรวบรวมหุ้นเข้าสู่กำมือของตระกูลแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งการเข้ามาคุมสโมสรของตระกูล เกลเซอร์ ในครั้งนี้ ก็ดูเหมือนว่าจะสร้างความ โกรธแค้นให้กับแฟนบอลบางส่วนอย่างมากทีเดียว ขนาดที่ว่า แยกออกไปตั้งสโมสรอีกหนึ่งทีมเลยทีเดียว
ตระกูล เกลเซอร์ (glazer family)
คาสิโนออนไลน์อันดับหนึ่งของเอเชีย เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ แท้จากฟิลิปปินส์
● แทงบอล ● บาคาร่า ● หวยออนไลน์ ● สล็อต ● อีสปอร์ต ● แทงบาส